วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ภาษาคาราโอเกะ


ปัญหาภาษาไทยที่มีผู้โทรศัพท์สอบถาม
มายังราชบัณฑิตยสถานบ่อยครั้ง คือ
การขอให้ช่วยเขียนภาษาคาราโอเกะ
เมื่อได้ฟังรายละเอียดจากผู้ถามจึงได้ทราบว่า
สิ่งที่ต้องการให้ช่วยก็คือการเขียนเนื้อเพลง
ภาษาไทยให้เป็นอักษรโรมันนั่นเอง
โดยปรกติ แผ่นซีดีคาราโอเกะจะมีเนื้อเพลง
ปรากฏบนจอเพื่อให้ร้องตามได้
ซีดีคาราโอเกะที่ต้องการเอาใจชาวต่างชาติ
โดยเฉพาะเพลงที่ดัง ๆ นอกจากจะมีเนื้อเพลงไทยแล้ว
ยังมีคำอ่านที่เป็นอักษรโรมันกำกับไว้
เพื่อให้ชาวต่างชาติร้องตามได้อีกด้วย
คำตอบเกี่ยวกับวิธีเขียนภาษาคาราโอเกะ
คือการแนะนำให้ใช้หลักเกณฑ์การถอดอักษรไทย
เป็นอักษรโรมันแบบถ่ายเสียง
ที่ราชบัณฑิตยสถานกำหนดขึ้นและประกาศใช้
ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๔๒
หลักเกณฑ์นี้ใช้วิธีถ่ายเสียง (tran scription)
เพื่อให้อ่านคำภาษาไทยที่เขียนด้วยอักษรโรมัน
ให้ได้เสียงใกล้เคียง โดยไม่คำนึงถึง
การสะกดการันต์และวรรณยุกต์
เช่น จันทร์ = chan, พระ = phra, แก้ว = kaeo
ในหลักเกณฑ์ได้เทียบเสียงพยัญชนะ และสระ
ไว้อย่างละเอียด รวมทั้งหลักในการถอดคำประเภทต่าง ๆ
ตัวอย่างการเทียบเสียงพยัญชนะ เช่น
ป = p เมื่อเป็นทั้งตัวต้นและตัวสะกด
ฏ, ต = t เมื่อเป็นทั้งตัวต้นและตัวสะกด
ก = k เมื่อเป็นทั้งตัวต้นและตัวสะกด
ผ, พ, ภ = ph เมื่อเป็นตัวต้น
และเป็น p เมื่อเป็นตัวสะกด
ฐ, ฑ, ฒ, ถ, ท, ธ = th เมื่อเป็นตัวต้น
และเป็น t เมื่อเป็นตัวสะกด
ข, ฃ, ค, ฅ, ฆ = kh เมื่อเป็นตัวต้น
และเป็น k เมื่อเป็นตัวสะกด
บ = b เมื่อเป็นตัวต้นและเป็น p เมื่อเป็นตัวสะกด
ฎ, ฑ (เสียง ด) ด = d เมื่อเป็นตัวต้น
และเป็น t เมื่อเป็นตัวสะกด
ตัวอย่างการเทียบเสียงสระ เช่น
สระอะ, -ั (อะลดรูป), รร (มีตัวสะกด), อา = a
สระอิ, อี = i
สระอุ, อู = u
สระโอะ, - (โอะ ลดรูป), โอ, เอาะ, ออ = o
ภาษาคาราโอเกะของเนื้อเพลงดังท่อนหนึ่ง
เมื่อเขียนตามหลักเกณฑ์ของราชบัณฑิตยสถาน
จะเป็นดังนี้
“นับเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด
แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้น ๆ
แต่ก็เคยเกิดขึ้นกับฉัน เพราะเธอ”
เขียนเป็นภาษาคาราโอเกะแล้ว
ก็จะเป็นแบบนี้
“Nap pen chuang chiwit thi di thi sut
mae pen khae phiang wela san san
tae ko khoei koet khuen kap chan phro thoe”.

หลักการท่องจำ ก-ฮ


ผมเชื่อว่าหลายๆคนที่กำลังอ่านอยู่นี่ คงจะมีปัญหาในการจำก.ไก้ถึงฮ.นกฮูก

ผมก็เหมือนครับ พยายามหาวิธีการทำอยู่หลายแบบ แต่ก็ไม่สามารถทำให้ผมจำได้เสียที

วันนี้ผมลองเอาวิธีการของผมมาเสนอครับ เผื่อใครสนใจจะได้นำไปใช้ในการท่องจำ หรืออย่างน้อยก็ช่วยให้รู้ลำดับตัวอักษรมากขึ้้น

หลักการของผมเอามาจากพยัญชนะวรรคของภาษาบาลี โดยจะแบ่งเป็นวรรคๆดังนี้

วรรคที่ 1 ก ข ค ฆ ง

วรรคที่ 2 จ ฉ ช ฌ ญ

วรรคที่ 3 ฏ ฐ ฑ ฒ ณ

วรรคที่ 4 ต ถ ท ธ น

วรรคที่ 5 ป ฝ พ ภ ม

เศษวรรค ย ร ล ว ศ ษ ส ห ฬ อ ฮ


เวลาท่อง ให้ท่องด้วยเสียง -ะ ลงท้ายแต่ละตัว เช่น วรรคแรกก็จะเป็น

ก ะ ข ะ ค ะ ฆ ะ ง ะ

ท่องอย่างนี้ไปทุกวรรค (ใช้เสียงช่วยในการจำ)

พอมาถึงตรงนี้ หลายคนก็จะเริ่มเกิดคำถามแล้วว่า วรรค 3 กับ 4 เสียงเหมือนกันจำยังไงดี

ผมจำว่า วรรค 3 คือวรรค "ฏะ" ใหญ่ >> มีแต่ตัวมีหยักเพราะแก่แล้ว

ส่วนวรรค 4 คือวรรค "ตะ" เล็ก >> ตัวธรรมดาเยอะหน่อย

ส่วนเศษวรรค ให้ท่องอย่างนี้ครับ

"ยอ รอ ลอ วอ ศอ 3 หอ ฬอ จุฬา อ อ่าง ฮ นกฮูก"

ส่วน ศอ3 คงต้องไปหาเทคนิคกันเอาเองว่าจะจำกันอย่างไร

แต่...เอ ถ้านับจากข้างบนแล้วมันยังไม่ครบนิ ที่เหลืออีก 8 ตัวเราจะทำยังดีละเนี่ย

ไม่ยากเลยครับ ให้เราเอาพยัญชนะวรรคที่ท่องได้แล้วมาเขียนดูครับ แล้วเติมตัวที่มีคู่เข้าไป (ใช้เซนเลยครับ)

วรรคที่ 1 ก ข ฃ ค ฅ ฆ ง

วรรคที่ 2 จ ฉ ช ซ ฌ ญ

วรรคที่ 3 ฏ ฐ ฑ ฒ ณ

วรรคที่ 4 ด ต ถ ท ธ น

วรรคที่ 5 บ ป ผ ฝ พ ภ ม

เศษวรรค ย ร ล ว ศ ษ ส ห ฬ อ ฮ


เป็นไงครับ วิธีผมอาจจะดูยุ่งยากไปบ้าง แต่ผมว่าท่องไว้ให้ชินปาก แล้วมันจะช่วยให้เราจำลำดับของอักษรไทยได้อย่างไม่อยากเลยครับ

ปล. เข้าไปดูบลอคคนอื่น เห็นเอาวิดีโอยูทูปอันหนึ่งมาลงไว้ เห็นว่าเข้ากับหัวข้อของผมพอดี เลยเอามาลงซะหน่อยครับ

อาจจะมีถ้อยคำไม่เหมาะสมสำหรับเด็กนะครับ เด็กๆควรมีผู้ใหญ่ดูด้วยนะ
ผมว่านี่ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ดีนะครับ ดูการ์ตูนชุดนี้ทำให้ผมนึกภาพพยัญชนะไทยออกมาเป็นฉากๆเลยว่าตัวไหนจะอยู่ก่อนหรือหลัง หรืออยู่ใกล้ๆกับตัวอะไร ผมขอปรบมือให้กับผู้สร้างและทีมงานทุกท่าน ที่สามารถผลิตVDOชุดนี้ออกมาเป็นผลสำเร็จ ลองดูกันนะครับ

http://www.youtube.com/watch?v=KhUTOV24BS4&feature=player_embedded

คำพังเพย


คำพังเพย
คำพังเพย คือ ถ้อยอุปมาที่กล่าวกระทบเสียดสี ซึ่งมาจากเหตุการณ์เรื่องราวหรือ
ความเป็นไปในวิถีชีวิตของคนรุ่นก่อนเป็นสิ่งควรค่าแก่การเรียนรู้ และจดจำเป็นอย่างยิ่ง
ตัวอย่างเช่น

ขว้างงูไม่พ้นคอ
A bad penny always comes back
สิ่งไม่ดีที่เราพยายามกำจัดมักจะวกกลับมาอีก

ปากปราศรัยใส (น้ำใจ) เชือดคอ
A honey tongue , a heart of gall

พูดดีแต่ปาก แต่ใจคิดร้าย
รู้อย่างเป็ด
A jack of all trades is master of none
ไม่ควรรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ไม่รู้จริงสักอย่าง

ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง
All that glitter is not gold
ข้างนอกอาจจะดูดี มีค่า แต่ข้างในหรือตามความเป็นจริงแล้ว มิได้ดีตามที่เห็น

น้ำกลิ้งบนใบบอน
A rolling stone gathers no moss
ใจโลเล ใจไม่แน่นอน เปลี่ยนไปอยู่เรื่อย ๆ

หว่านพืชใดได้ผลอย่างนั้น
As you Sow, So (shall)
ทำสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้นตอบสนอง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
Better bend than break
อย่าขัดขวางหรือขัดแย้งกับผู้มีอำนาจ เพราะไม่เกิดประโยชน์ใด

ปลาใหญ่กินปลาเล็ก
Big fish eat little fish
ผู้มีอำนาจมากกว่ากดขี่ข่มเหงผู้ที่อ่อนแอกว่า

อย่าเห็นขี้ดีกว่าไส้
Blood is thicker than water
อย่าเห็นคนอื่นดีกว่าญาติพี่น้องลูกหลานของตน

ฝนทั่งให้เป็นเข็ม
Constant dropping wears away the stone
ความเพียรพยายาม ทำให้ประสบผลสำเร็จ

ภาษาไทยเดินทางมาอย่างไร


ภาษาไทย เป็นภาษาทางการของประเทศไทย และภาษาแม่ของชาวไทย และชนเชื้อสายอื่นในประเทศไทย ภาษาไทยเป็นภาษาในกลุ่มภาษาไต ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของตระกูลภาษาไท-กะได สันนิษฐานว่า ภาษาในตระกูลนี้มีถิ่นกำเนิดจากทางตอนใต้ของประเทศจีน และนักภาษาศาสตร์บางท่านเสนอว่า ภาษาไทยน่าจะมีความเชื่อมโยงกับ ตระกูลภาษาออสโตร-เอเชียติก ตระกูลภาษาออสโตรนีเซียน ตระกูลภาษาจีน-ทิเบต
ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีระดับเสียงของคำแน่นอนหรือวรรณยุกต์เช่นเดียวกับภาษาจีน และออกเสียงแยกคำต่อคำ เป็นที่ลำบากของชาวต่างชาติเนื่องจาก การออกเสียงวรรณยุกต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคำ และการสะกดคำที่ซับซ้อน นอกจากภาษากลางแล้ว ในประเทศไทยมีการใช้ ภาษาไทยถิ่นอื่นด้วย
คำว่า ไทย หมายความว่า อิสรภาพ เสรีภาพ หรืออีกความหมายหนึ่งคือ ใหญ่ ยิ่งใหญ่ เพราะการจะเป็นอิสระได้จะต้องมีกำลังที่มากกว่า แข็งแกร่งกว่า เพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึก แม้คำนี้จะมีรูปเหมือนคำยืมจากภาษาบาลีสันสกฤต แต่แท้ที่จริงแล้ว คำนี้เป็นคำไทยแท้ที่เกิดจากกระบวนการสร้างคำที่เรียกว่า 'การลากคำเข้าวัด' ซึ่งเป็นการลากความวิธีหนึ่ง ตามหลักคติชนวิทยา คนไทยเป็นชนชาติที่นับถือกันว่า ภาษาบาลีซึ่งเป็นภาษาที่บันทึกพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นภาษาอันศักดิ์สิทธิ์และเป็นมงคล เมื่อคนไทยต้องการตั้งชื่อประเทศว่า ไท ซึ่งเป็นคำไทยแท้ จึงเติมตัว ย เข้าไปข้างท้าย เพื่อให้มีลักษณะคล้ายคำในภาษาบาลีสันสกฤตเพื่อความเป็นมงคลตามความเชื่อของตน ภาษาไทยจึงหมายถึงภาษาของชนชาติไทยผู้เป็นไทนั่นเอง